วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

MG MS-14S "GELGOOG COMMANDER TYPE CHAR AZNABLE CUSTOM" VER 2.0

เกลกุ๊กเป็นโมบิลสูทรุ่นผลิตจำนวนมากรุ่นสุดท้ายของอาณาจักรซีอ้อนในช่วงสงครามหนึ่งปี พัฒนาโดยบริษัทซีโอนิคให้สามารถใช้อาวุธบีมได้และมีสมรรถนะสูง
เดิมทีเกลกุ๊กเป็นโมบิลสูทซึ่งใช้รหัสในช่วงพัฒนาเป็น MS-11 โดยดัดแปลง MS-06R-2 ซาคุทูว์รุ่นการขับเคลื่อนสูงเป็น MS-06R-3 และให้ใช้บีมไรเฟิลรุ่นทดลอง เนื่องจากความล่าช้าในการพัฒนาบีมไรเฟิลที่ใช้การได้ โครงการ MS-11 เดิมจึงถูกยกเลิก และต่อมาได้ใช้รหัสนี้กับ แอ็คท์ซาคุ แทน เมื่อการพัฒนาเกลกุ๊กเสร็จสมบูรณ์จึงใช้รหัสว่า MS-14 โดยรุ่นต้นแบบ YMS-14 จำนวน 25 เครื่องได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือนตุลาคม UC 0079 และได้มอบให้นักบินระดับเอซของซีอ้อนเป็นการทดสอบ ซึ่งหนึ่งในเกลกุ๊กรุ่นต้นแบบนี้ก็คือเครื่องสีแดงของชาร์ อัสนาเบิ้ล หลังจากที่เกลกุ๊กได้รับการผลิตจำนวนมากแล้วเครื่องรุ่นต้นแบบเหล่านี้ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น MS-14S เกลกุ๊กรุ่นจ่าฝูง นอกจากนั้นในโอวีเอ โมบิลสูทกันดั้ม 0083 : สตาร์ดัสต์เมโมรี่ยังมีเครื่องน้ำเงิน-เขียวของอนาเวล กาโต้ปรากฏตัวด้วย ซึ่งในวีดีโอเกมเช่นเอสดีกันดั้มจีเจเนเรชันซีรีส์มักให้ใช้บีมไรเฟิลขนาดใหญ่เป็นอาวุธแทนบีมไรเฟิลปกติ ส่วนเกลกุ๊กรุ่นผลิตใช้งานจะใช้รหัส MS-14A
อาวุธของเกลกุ๊กประกอบด้วยบีมไรเฟิลและดาบบีมแบบสองปลาย เนื่องจากขณะที่เกลกุ๊กถือดาบนี้จะดูคล้ายกับถือง้าวจึงถูกเรียกว่าบีมนากินาตะ เกลกุ๊กยังมีโล่ขนาดใหญ่ไว้ป้องกันตัว แม้จะมีสมรรถนะที่สูงกว่ากันดั้ม แต่เนื่องจากเข้าสู่การผลิตช้าจึงมีจำนวนไม่มากนัก นอกจากนั้นซีอ้อนยังได้สูญเสียนักบินฝีมือดีจำนวนมากจนต้องใช้นักบินที่ด้อยประสพการณ์ในการควบคุมเกลกุ๊กเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกลกุ๊กไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้เต็มที่เมื่อต้องต่อสู้กับนักบินของสหพันธ์ซึ่งมีประสพการณ์มากกว่า
เกลกุ๊กยังปรากฏตัวในโมบิลสูทเซต้ากันดั้ม โดยกลุ่มต่อต้านสหพันธ์โลกได้พบเกลกุ๊กอยู่ในซากยานชั้นกวาซีนและได้นำมาใช้งานโดยดัดแปลงให้เข้ากับชิ้นส่วนใหม่ของ MSA-003 เนโม
*ข้อมูลจาก wikipedia.org

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น